นายกรัฐมนตรี และคณะ ตรวจราชการและลงพื้นที่เหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี
วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ได้ตรวจราชการลงพื้นที่เหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี โดยมีผู้บริหารของกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ผู้นำภาครัฐภาคเอกชนจังหวัดอุดรธานี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายเชาวลิตร์ ทองประดับ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 2 อุดรธานี นายฐิติณัฏฐ์ มุณีรัตน์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ดร.พรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี พ.ท.วรายุส์ ตรีวัฒนสุวรรณ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เขตประทานบัตร คณะตัวแทนผู้มีส่วนได้เสีย คณะผู้มีสิทธิตรวจสอบการทำเหมืองใต้ดินตามกฎหมายแร่ คณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ คณะอนุกรรมการกองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ คณะอนุกรรมการทุนการศึกษาเพื่ออนาคตเยาวชน กลุ่มสตรี และประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ ร่วมกันให้การต้อนรับ
นายวรวุฒิ หิรัญยไพศาลสกุล ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในเครืออิตาเลียนไทยฯ ในฐานะผู้ได้รับประทานบัตรดำเนินการเหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี ได้แนะนำคณะผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร และนายธรณิศ กรรณสูต รักษาการประธานบริหาร พร้อมทั้งได้เชิญนายกรัฐมนตรีชมแผนผังโครงการเหมืองแร่ และตัวอย่างแร่โพแทชที่ขุดสำรวจได้จากแหล่งแร่โพแทชอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งที่มีคุณภาพสูงในลำดับต้นของโลก โดยได้กล่าวรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรี วันนี้ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนานำเอาแร่โพแทชของจังหวัดอุดรธานี ที่มีปริมาณและคุณภาพดีที่สุดของประเทศ เป็นทรัพยากรสำคัญที่มีมูลค่ามหาศาลของไทย เป็นหนึ่งในธาตุอาหารสำคัญของปุ๋ยในการเร่งผลผลิตทางการเกษตร สามารถลดการนำเข้า และส่วนที่เหลือสามารถส่งออกนำรายได้เข้าประเทศได้ และจะเป็นเป้าหมายร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคประชาชน และบริษัท ในการช่วยกันสนับสนุนให้โครงการสามารถดำเนินการนำเอาแร่โพแทชขึ้นมาใช้ได้โดยเร็ว เป็นเหมืองแร่สีเขียวที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรการ EIA และกระจายรายรายได้สู่ชุมชนเพื่ออยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการนี้มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 40 ปี โดยเริ่มในปี 2527 บริษัทได้ทำสัญญากับรัฐบาลไทยในการสำรวจและดำเนินการตามขั้นตอนขอประทานบัตร เพื่อจะนำแร่โพแทชขึ้นมาใช้ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้ถือหุ้น 10 % ในอดีตมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นต่างชาติจากประเทศแคนาดา ต่อมาในปี 2549 บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ได้ซื้อหุ้นจากต่างชาติทั้งหมดเข้ามาเป็นบริษัทของคนไทย และได้ดำเนินการตามขั้นตอนการขอประทานบัตร จนได้รับประทานบัตร 4 แปลง (โครงการอุดรใต้) เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ปัจจุบันยังเหลือแปลงที่ 5 โครงการอุดรเหนือ ที่จะดำเนินการในลำดับต่อไป
สำหรับผลการดำเนินงานตามแนวนโยบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด “อุตสาหกรรมดี ชุมชนดี หน่วยงานดี” บริษัทพร้อมที่จะมุ่งยกระดับภาคอุตสาหกรรมคู่ชุมชน ด้วย “หัว”และ “ใจ” ขับเคลื่อนโครงการอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากผ่านนโยบาย 4 มิติ คือ
มิติที่ 1 ความสำเร็จทางธุรกิจ เมื่อผลิตได้ประเทศไทยจะมีบทบาทในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 6 ของโลก ตำแหน่งที่ตั้งของไทยอยู่ใกล้ตลาดผู้นำเข้าโพแทชรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียมากกว่าผู้ผลิตรายอื่น บริษัทอิตาเลียนไทยฯ มีจุดแข็งเป็นบริษัทก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของไทย มีความทันสมัยด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่หลากหลายสาขา ทั้งงานเหมืองแร่ งานอุโมงค์ใต้ดิน งานก่อสร้างใต้น้ำ และงานก่อสร้างทางรถไฟ เป็นต้น โดยการก่อสร้างจะมีบริษัท Ercosplan ประเทศเยอรมนีเป็นผู้ออกแบบเหมืองใต้ดิน และบริษัท Amec Foster Wheeler ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญเหมืองแร่โพแทชเป็นที่ปรึกษาโครงการ สำหรับการก่อสร้างจะใช้เทคโนโลยีทันสมัย ใช้หัวเจาะอุโมงค์ TBM (Tunnel Boring Machine) ขุดเจาะในระบบแรงดันดินสมดุล EPB (EARTH PRESSURE BALANCE) แผนเตรียมการก่อสร้างใช้เวลา 2 ปี คือ 2566 – 2567 แผนการก่อสร้างใช้เวลา 3 ปี คือ 2567 – 2570 และจะเริ่มผลิตแร่โพแทชกระสอบแรกของอุดรธานีได้ในปี 2570 ตามความมุ่งหวังของนายกรัฐมนตรี กระทรวงอุตสาหกรรม ชาวอุดรธานี พี่น้องเกษตรกร และประเทศไทย
มิติที่ 2 การดูแลสังคมโดยรอบเหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถานประกอบการ ชุมชน และสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ระหว่างตัวแทนผู้มีส่วนได้เสีย ผู้มีสิทธิตรวจสอบการทำเหมือง คณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ มีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น อุดรโพแทชรักษ์ชุมชน (พัฒนาบ้านวัดโรงเรียน) โพแทชสมาร์ทคิดส์ (สอนภาษาอังกฤษแก่เยาวชน) การส่งเสริมโรงเรียนผู้สูงอายุสร้างสุขสมวัย การมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในบุญประเพณีฮีตสิบสองคองสิบสี่ การจัดตั้งกองทุนเพื่อชุมชน เช่น กองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่ กองทุนสวัสดิการชุมชน และประโยชน์ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าภาคหลวงที่จะได้แก่ท้องถิ่น คือ อบจ.อุดรธานี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตประทานบัตร 6 แห่ง และท้องถิ่นทั่วจังหวัดอุดรธานี รวมทั้งย้ายการจดทะเบียนบริษัทมาที่จังหวัดอุดรธานี
มิติที่ 3 การรักษาสิ่งแวดล้อม มีมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมจากข้อห่วงใยของประชาชน ที่สำคัญ ได้แก่ การป้องกันน้ำเกลือรั่วไหล และจัดบ่อสังเกตการณ์เฝ้าระวัง 10 จุดโดยรอบ การป้องกันกองหางแร่ (เกลือ) พังทลาย การป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นเกลือ การป้องกันพื้นดินทรุด แผนจัดการน้ำท่วมอุโมงค์ในระหว่างก่อสร้างโดยสร้างแนวคันดินเป็น Buffer Zone การทำบ่อน้ำฉุกเฉินรองรับน้ำจืดและน้ำเค็ม การขุดเจาะโดยหัวเจาะ TBM แบบ EPB จะสามารถต่อสู้กับน้ำใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฉีดน้ำปูนระหว่างเจาะผ่านชั้นน้ำ (Grouting) การเตรียมปั๊มสูบน้ำฉุกเฉิน และแผนฟื้นฟูเหมืองใต้ดินระหว่างการทำเหมือง โดยการถมกลับ (Backfill) กองหางแร่กลับลงไปในเหมืองใต้ดินทั้งหมด เมื่อสิ้นสุดการทำเหมืองจะฟื้นฟูพื้นที่โดยการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และปลูกไม้ยืนต้นพืชคลุมดิน
มิติที่ 4 การกระจายรายได้สู่ชุมชน การก่อสร้างและการดำเนินการจะสนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่น (Local Supplier) การจ้างงานในท้องถิ่น การจัดซื้อจัดจ้างจากในท้องถิ่นเป็นหลัก และเปิดโอกาสทางธุรกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี การแปรรูปโพแทชเป็นปุ๋ยสำหรับเกษตรกร และการลดต้นทุนให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยดีมีคุณภาพ การส่งเสริมกลุ่มเยาวชน APPC การจัดทำหลักสูตรการศึกษาด้านเหมืองแร่ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา การจ้างงานทางตรงในพื้นที่ กองทุนที่กระจายรายได้ทางตรงให้กับประชาชนในพื้นที่ เช่น ค่าทดแทนการทำเหมืองใต้ดิน 1,200 ล้านบาท, เงินช่วยเหลือครัวเรือนในเขตประทานบัตร 1,040 ล้านบาท, ทุนการศึกษาเพื่ออนาคตเยาวชน 60 ล้านบาท, กองทุนช่วยเหลือค่าปุ๋ยเกษตรกรในพื้นที่ประทานบัตร 100 ล้านบาท กองทุนที่กระจายให้ชุมชน เช่น กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ 100 ล้านบาท กองทุนสวัสดิการชุมชน 200 ล้านบาท กองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่ 300 ล้านบาท การกระจายรายได้ในรูปภาษีและค่าภาคหลวง จะเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 37,481 ล้านบาท เงินปันผลจากหุ้นของรัฐบาล 10 % ประมาณ 10,494 ล้านบาท ค่าภาคหลวงของส่วนกลาง 40 % ประมาณ 11,419.2 ล้านบาท และค่าภาคหลวงของท้องถิ่น 60 % ประมาณ 17,128.8 ล้านบาท ซึ่งจะได้แก่ อบจ.อุดรธานี 20 % ประมาณ 5,709.6 ล้านบาท, ท้องถิ่นในเขตประทานบัตร 6 แห่ง 20 % ประมาณ 5,709.6 ล้านบาท, ท้องถิ่นอื่นในจังหวัดอุดรธานี 10 % ประมาณ 2,854.8 ล้านบาท และท้องถิ่นอื่น ๆ ทั่วประเทศ 10 % ประมาณ 2,584.8 ล้านบาท
บทสรุป
โพแทช เป็นธาตุอาหาร เพื่อเร่งผลผลิตทางการเกษตร เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศ สามารถนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ทั้งการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ในราคาที่ถูกกว่าการนำเข้า ทำให้ต้นทุนเกษตรกรลดลง ที่เหลือส่งออกนำรายได้เข้าประเทศ การถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีในการทำเหมืองใต้ดินจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศสู่คนไทย ทำให้เกิดการสร้างคนการจ้างงาน “อุดรโพแทช เหมืองชุมชน นำคนกลับบ้าน สร้างฐานเศรษฐกิจ เป็นมิตรเกษตรกร”
นายกรัฐมนตรี และคณะ ตรวจราชการและลงพื้นที่เหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี
Reviewed by โครงการเหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี
on
19:09:00
Rating:
Reviewed by โครงการเหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี
on
19:09:00
Rating:









ไม่มีความคิดเห็น: